รีวิวการเทรดและเคล็ดลับการเทรดสำหรับค่าเงินปอนด์อังกฤษ
ราคายังไม่แตะระดับที่ผมระบุไว้ ดังนั้นผมจึงยังไม่เข้าตลาดและไม่ได้เปิดออเดอร์ใด ๆ
วันนี้ UK Office for National Statistics รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) รายปี อยู่ที่ 2.8% ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่การปรับเพิ่มรายเดือนอยู่เพียง 0.2% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลายลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อน ๆ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจในเชิงบวกให้แก่ทั้งนักเศรษฐศาสตร์และผู้เล่นในตลาดหลายราย การชะลอลงของเงินเฟ้อทำให้เกิดแรงขายในค่าเงินปอนด์บ้างเล็กน้อย เนื่องจากการตัดสินใจของ Bank of England ในวันพรุ่งนี้ ถูกคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าอัตราดอกเบี้ยจะถูกคงไว้ตามเดิม
อย่างไรก็ตาม วันนี้ยังมีเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ตามมาอีกหลายรายการ อันดับแรก คือรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดประกาศออกมา ข้อมูลชุดนี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญของกิจกรรมการบริโภคและภาพรวมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เนื่องจากสะท้อนการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนโดยตรง ตัวเลขที่ออกมาดีกว่าคาดอาจหนุนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตัวเลขที่อ่อนแอกว่าคาดอาจก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์หลักของวันจะเป็นการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของ Federal Reserve อย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะถูกคงไว้ แต่ความสนใจของตลาดจะให้ความสำคัญน้อยกว่ากับ “ผลการตัดสินใจ” โดยตรง และไปจับตาที่ถ้อยแถลงประกอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแถลงข่าวครั้งแรกของประธาน Federal Reserve คนใหม่ Kevin Warsh
ประวัติและถ้อยแถลงสาธารณะก่อนหน้านี้ของ Kevin Warsh บ่งชี้ว่า เขาอาจมีท่าทีแข็งกร้าวต่อเงินเฟ้อมากกว่าผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า หากในการแถลงข่าวครั้งแรก Warsh เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเดินหน้าต่อสู้กับเงินเฟ้อ ส่งสัญญาณความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หรือบ่งชี้ถึงการเลื่อนเวลาการลดดอกเบี้ยในอนาคตออกไป สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับค่าเงินปอนด์อังกฤษแล้ว กรณีนี้มีแนวโน้มสูงที่จะกดดันให้คู่เงิน GBP/USD อ่อนตัวลง
สำหรับการเทรดระหว่างวัน วันนี้ผมจะอิงการดำเนินการตาม Scenario หมายเลข 1 และหมายเลข 2 เป็นหลัก
สัญญาณซื้อ
สถานการณ์ที่ 1: มีแผนจะซื้อเงินปอนด์หากราคาปรับขึ้นมาถึงระดับเปิดสถานะที่บริเวณ 1.3434 (เส้นสีเขียวบนกราฟ) โดยคาดหวังการปรับตัวขึ้นไปที่ 1.3495 (เส้นสีเขียวหนาบนกราฟ) บริเวณ 1.3495 มีแผนจะปิดสถานะซื้อและเปิดสถานะขายสวนทาง โดยตั้งเป้าการเคลื่อนไหวลงจากระดับนั้นราว 30–35 จุด การปรับตัวขึ้นต่อของเงินปอนด์มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาอ่อนแอกว่าที่คาด
สำคัญ! ก่อนซื้อให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่เหนือเส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มขยับตัวขึ้นจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: มีแผนจะซื้อเงินปอนด์เช่นกัน หากระดับ 1.3406 ถูกทดสอบติดต่อกัน 2 ครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต oversold ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวลงของคู่เงินและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวขึ้นของตลาด ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการปรับขึ้นไปที่ 1.3434 และ 1.3495 ได้
สัญญาณขาย
สถานการณ์ที่ 1: มีแผนจะขายเงินปอนด์หลังจากราคาทะลุลงต่ำกว่าระดับ 1.3406 (เส้นสีแดงบนกราฟ) ซึ่งอาจเป็นตัวกระตุ้นให้คู่เงินร่วงลงอย่างรวดเร็ว เป้าหมายขาลงหลักจะอยู่ที่ 1.3348 ซึ่งมีแผนจะปิดสถานะขายและเปิดสถานะซื้อสวนทางทันที โดยตั้งเป้าการดีดกลับขึ้นราว 20–25 จุด
แรงกดดันต่อเงินปอนด์อาจกลับมาได้อีกในวันนี้ หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีกว่าที่คาดอย่างมีนัยสำคัญ
สำคัญ! ก่อนขายให้ตรวจสอบว่าอินดิเคเตอร์ MACD อยู่ใต้เส้นศูนย์ และเพิ่งเริ่มขยับตัวลงจากระดับดังกล่าว
สถานการณ์ที่ 2: มีแผนจะขายเงินปอนด์เช่นกัน หากระดับ 1.3434 ถูกทดสอบติดต่อกัน 2 ครั้งในขณะที่อินดิเคเตอร์ MACD อยู่ในเขต overbought ซึ่งจะช่วยจำกัดโอกาสการปรับตัวขึ้นของคู่เงินและกระตุ้นให้เกิดการกลับตัวลงของตลาด ในกรณีนี้สามารถคาดหวังการปรับลงไปที่ 1.3406 และ 1.3348 ได้
คำอธิบายกราฟ:
- เส้นสีเขียวบาง – ราคาสำหรับเข้าเปิดสถานะซื้อ;
- เส้นสีเขียวหนา – ระดับ Take Profit โดยประมาณ หรือโซนที่อาจพิจารณาปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสไม่มากที่ราคาจะปรับขึ้นเหนือระดับนี้ต่อไป;
- เส้นสีแดงบาง – ราคาสำหรับเข้าเปิดสถานะขาย;
- เส้นสีแดงหนา – ระดับ Take Profit โดยประมาณ หรือโซนที่อาจพิจารณาปิดทำกำไรด้วยตนเอง เนื่องจากมีโอกาสไม่มากที่ราคาจะปรับลงต่ำกว่าระดับนี้ต่อไป;
- อินดิเคเตอร์ MACD – เมื่อตัดสินใจเข้าเทรด สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาภาวะ overbought และ oversold ด้วย
สำคัญ ผู้เริ่มต้นเทรด Forex ควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการตัดสินใจเข้าเทรด ก่อนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญมักควรหลีกเลี่ยงการถือสถานะในตลาด เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา หากตัดสินใจเทรดในช่วงที่มีข่าวออก ควรใช้คำสั่ง stop-loss ทุกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงการขาดทุน โดยหากไม่มีคำสั่ง stop-loss คุณอาจสูญเสียเงินในพอร์ตเทรดทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อลงทุนด้วยขนาดสัญญาที่ใหญ่โดยไม่มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
โปรดจำไว้ว่าการเทรดให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีแผนการเทรดที่ชัดเจนเหมือนตัวอย่างด้านบน การตัดสินใจเทรดแบบฉับพลันโดยอาศัยเพียงสภาวะตลาดในขณะนั้น มักเป็นกลยุทธ์ที่นำไปสู่การขาดทุนสำหรับเทรดเดอร์สายเก็งกำไรระหว่างวัน